หากจะพูดถึงในเชิงความคิดเห็น การโต้แย้งระหว่างคนที่บอกว่าแปลได้ กับแปลไม่ได้ มีบางคนบอกว่าไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างที่แปลได้ เช่น กวีนิพนธ์หรือบทละครหรืออะไรก็ตาม มันก็มีข้อขัดแย้งอยู่อย่างหนึ่ง คือ ภาษาของมนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มันไม่เคยอยู่กับที่ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงก็มีทั้งภาษาต้นฉบับและภาษาที่จะแปล ถึงแม้ว่าบางยุคบางสมัย บางอย่างแปลไม่ได้ แต่ก็ไม่แน่ว่ายุคอีกยุคหนึ่งอาจแปลได้
มันมีเกร็ดเล็กๆน้อยๆ ที่น่าสนใจซึ่งอันนี้อ่านมา เกี่ยวกับสุขนาฏกรรมของนักเขียนกรีกที่ชื่อ อริสโซฟาเนส เคยเชื่อกันว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีวันแปลได้ในศตวรรษหนึ่ง คือในช่วงศตวรรษที่ ๑๘-๑๙ แต่หลังจากนั้นพอผ่านมาไม่ถึง ๑๐๐ ปี สุขนาฏกรรม มันเป็นละคร comedy ของอริสโซฟาเนส กลับกลายเป็นสิ่งที่แปลได้และแปลง่าย
เพราะว่าในยุคที่เคยคิดว่าละครตลกของอริสโซฟาเนสแปลไม่ได้เพราะคนไม่เข้าใจอารมณ์ขันของเขา แต่พอผ่านมาไม่ถึงร้อยปี รสนิยม อารมณ์ขัน วิธีการเสียดสีของอริสโซฟาเนสที่เป็นนักเขียนกรีก กลายเป็นสิ่งที่คนในสังคมเข้าใจได้ง่ายและแปลได้ง่าย เพราะฉะนั้น คนที่อ้างหรือวิจารณ์ว่าไม่ใช่ทุกอย่างที่แปลได้ การพูดอย่างนี้วันนี้ มันไม่แน่หรอกว่า ข้างหน้ามันอาจจะแปลได้ นี่ก็เป็นแนวคิดอันหนึ่ง
มีอีกกลุ่มหนึ่งที่วิจารณ์เรื่องการแปลก็คือบอกว่า ไม่มีคนสองคนในโลกที่พูดอะไรเหมือนกัน เพราะว่าถึงแม้จะใช้คำ ๆ เดียวกัน ก็ไม่เคยมีใครสื่อสารกันได้สมบูรณ์แบบ ไม่เคยมีใครเข้าใจอะไรเหมือนกัน แม้แต่คนในภาษาเดียวกัน พูดกันไม่เข้าใจ คนยิ่งต่างภาษา จะพูดกันเข้าใจได้ยังไง
คนที่เข้ามาโต้แย้งความคิดนี้เขาก็จะบอกว่า คำพูดนี้ขัดแย้งกันในตัวเอง เพราะว่าเวลาคนเราพูด เราต้องเชื่อว่าคำพูดเรา มันมีความสำคัญต่อโลกภายนอกและสื่อสารได้ในระดับหนึ่งแล้ว คนที่บอกว่า ในโลกนี้ไม่มีใครพูดกันรู้เรื่องแล้วพูดทำไม คนที่มาวิจารณ์นี่พูดทำไม ก็แสดงว่าตัวเองที่พูดวิจารณ์นี่ต้องคิดว่ามีคนรู้เรื่อง หรือคิดว่าคำพูดตัวเองมีความหมายซิ แต่ความคิดนี้ก็ยังมีอยู่ปัจจุบันว่าที่เชื่อว่าในโลกนี้ ไม่มีอะไรที่สื่อสารกันได้ ก็มีถึงปัจจุบัน แต่ถือว่าเป็นคนกลุ่มน้อยเสมอที่คิดแบบนี้
ในขณะเดียวกัน ฝ่ายที่โต้แย้งเขาก็มองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เราแปลมาตลอดตั้งแต่มีมนุษยชาติเกิดขึ้น เราก็ทำกิจกรรมการแปลมาตลอด ฉะนั้นการเชื่อว่ามนุษย์สื่อสารกันไม่ได้ ก็ไม่มีผลในเชิงปฏิบัติ เพราะยังไงเขาก็ทำการแปลมาตลอดในประวัติศาสตร์มนุษย์ และข้อวิจารณ์ที่ว่าการแปลไม่มีวันสมบูรณ์ คือไม่มีทางที่จะทำได้ดีได้ ๑๐๐ % หรือเกิดความสมมาตรระหว่างต้นฉบับกับงานแปล ก็มีคนโต้แย้งว่า ในโลกนี้ก็ไม่เคยมีอะไรที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการปฏิเสธเพราะเห็นว่า การแปลไม่มีความสมบูรณ์แบบเป็นเรื่องไร้สาระ
สิ่งที่น่าจะพูดกันมากกว่าคือ "มาตรฐานการแปล", "ระดับของความซื่อสัตย์ในงานแปล"แต่ละชิ้น คุณจะมีแค่ไหน ตรงนี้มากกว่า ไม่ควรจะมาวิจารณ์ว่างานแปลไม่มีทางเทียบเท่าต้นฉบับ เพราะเป็นคำวิจารณ์ที่ไร้สาระ เนื่องเพราะในโลกนี้ก็ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว นี่เป็นการพูดรวมกว้างๆ เกี่ยวกับความคิดเรื่องที่ว่าคนมีทัศนะต่างๆ ต่อการแปล
ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการแปลเอกสาร ได้ที่: Linguist Center (Answer All Your Language Problems) แปลเอกสาร, รับแปลเอกสาร, แปล, แปลไทยเป็นอังกฤษ, แปลอังกฤษเป็นไทย, โปรแกรมแปลเอกสาร, แปลเอกสารด่วน, แปลเอกสาร, ราคางานแปลเอกสาร, แปลเอกสาร, แปลภาษา, แปลไทย แปลเอกสารราชการ, แปลเอกสารวีซ่า, แปลไทย-อังกฤษ, แปลเอกสารภาษาอังกฤษ, แปลไทย-อังกฤษ, แปลอังกฤษ-ไทย, แปลเอกสารราคาถูก, แปลเอกสารมืออาชีพ, ศูนย์แปลภาษา, ศูนย์แปลเอกสาร, ศูนย์รับแปลเอกสาร, แปลภาษาอังกฤษ, รับแปลงาน, รับแปลเอกสารด่วน, รับแปลเอกสารราคาถูก, รับแปลภาษาญี่ปุ่น, รับแปลภาษาจีน, รับแปลเอกสารภาษัอังกฤษ
ติดต่อได้ที่ http://www.linguistcetner.com/เกี่ยวกับ Linguist Center, บริการของ Linguist Center, คำถามที่พบบ่อยจาก Linguist Center, ข่าวสารของ Linguist Center, ติดต่อ Linguist Center, เกี่ยวกับ Linguist Center, บริการของ Linguist Center, คำถามที่พบบ่อยจาก Linguist Center, ข่าวสารของ Linguist Center, ติดต่อ Linguist Center
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น