วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ความเป็นมาของงานแปลในปัจจุบัน

การแปลเป็นเรื่องที่มีแนวคิดรากเหง้าดั้งเดิมมาแต่โบราณ กล่าวคือมีรากเหง้ามาจากทางศาสนา ในศาสนาคริสต์ถือว่าพระวจนะ เป็นธรรมสัจจะขั้นสูงสุด เป็นสิ่งลี้ลับหรือรหัสยนัย หรือว่าในทางพุทธด้วยเหมือนกัน เขาถือว่าเทศน์ต้องเป็นภาษาบาลี สำหรับภาษายิวจะมีคำพูดในเรื่องพวกนี้ เขาก็เลยบอกว่าการแปลเป็นบาป ในคำพูดของศาสนา เป็นการทำให้เสื่อมทราม คือ ทำให้พระวจนะหรือสัจธรรมนั้นเสื่อมทรามลง

อย่างในศาสนายิว ในคัมภีร์ของยิวมีบันทึกความเชื่อว่า โลกตกอยู่ในความมืดมิดถึง ๓ วัน the law คือ "กฎ" ทางศาสนาของยิวถูกแปลเป็นภาษากรีก มันทำให้โลกมืดไปถึง ๓ วัน และความเชื่อว่าการแปลเป็นไปไม่ได้ เกิดจากความเชื่อที่ว่า มันไม่มีทางที่ต้นฉบับกับงานแปลมันจะเกิดความสมมาตรกัน นั่นคือการแปลจะทำให้ต้นฉบับตกต่ำลง เป็นการทำลายคุณค่าของต้นฉบับ เพราะว่าเขาเชื่อว่าในภาษามนุษย์ ความหมายไม่มีทางแยกออกจากรูปแบบการแสดงออก คือ คน ๒ คน ต่อให้พูดภาษาเดียวกัน การแสดงออกทำให้ความหมายเปลี่ยนไป แล้วคำแต่ละคำในแต่ละภาษา มันไม่มีความหมายที่เป็นกลาง แต่มีความหมายที่ฝังรากอยู่ในภาษาศาสตร์ในนิรุกติศาสตร์

อย่างคำว่าพี่ เวลาเรารู้จักกันเราเรียกพี่ มันก็ไม่สามารถแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า brother sister ได้ เพราะว่าพี่ของเรามันมีวัฒนธรรมบางอย่างอยู่ ที่ทำให้คำนี้มีความหมายอีกแบบหนึ่ง เหตุผลนี้ ที่เชื่อว่าการแปลเป็นไปไม่ได้ มักจะใช้มากที่สุดในกวีนิพนธ์

งานแปลที่เกี่ยวกับกวีนิพนธ์และปรัชญา


มีความเชื่อว่า การแปลบทกวีเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะว่ากวีนิพนธ์ ถือว่าเป็นการใช้ภาษาที่เนื้อหากับรูปแบบการแสดงออกมีความผูกพันกันมากที่สุด ส่วนในร้อยแก้ว งานที่ถือว่าแปลไม่ได้ ก็คืองานทางปรัชญา ถือว่าคำในปรัชญาแปลไม่ได้ เพราะว่า งานเขียนของนักปรัชญาส่วนใหญ่ มันเป็นความพยายามที่จะคลายกรอบทางด้านภาษาศาสตร์ คำอย่างเช่นของไฮเดกเกอร์ หรือคำของคานซ์ ที่เป็นศัพท์เฉพาะของปรัชญาเมธีเหล่านี้ มันไม่สามารถที่จะแปลออกมา หรือหาคำที่เทียบเคียงกันได้ แม้แต่ศัพท์ใกล้เคียงกันก็ไม่ได้ นี่เป็นความเชื่อของคนที่พูดว่าการแปลเป็นไปไม่ได้

การแปลเป็นสิ่งที่เป็นไปได้

แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีความเชื่อว่า การแปลเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ฝ่ายที่สนับสนุนว่าการแปลเป็นไปได้ ก็มาจากฝ่ายศาสนาเช่นกัน นอกจากการแปลเป็นไปได้ ยังเป็นสิ่งที่พึงกระทำอย่างยิ่งด้วย อย่างเช่น ในศาสนาคริสต์ มีอยู่ครั้งหนึ่งในยุคก่อนพระเยซู ในยุคต้น ๆ ที่มีการสร้างหอคอยแห่งบาร์เบลขึ้นมา ในสมัยก่อนเขาเชื่อว่าคนทุกคนในโลกพูดภาษาเดียวกันหมด คนได้มาชุมนุมกันว่า อย่างนี้เราน่าจะสร้างหอคอยขึ้นไปหาสวรรค์เรียกว่า "การสร้างหอคอยแห่งบาร์เบล" แต่อย่างไรก็ตาม การทำเช่นนั้นถือว่าเป็นการลบหลู่พระเจ้า พระเจ้าก็เลยทำลายหอคอยนี้ลง และลงโทษมนุษย์ด้วยการให้มนุษย์ทั้งหมดพูดกันไม่รู้เรื่อง ทำให้ภาษาแตกออกไปมากมาย

ในทางศาสนาคริสต์เขาก็บอกว่า แม้ว่าความพินาศของหอคอยบาร์เบล เป็นการลงโทษของพระผู้เป็นเจ้า แต่ไม่ได้หมายความว่าการลงโทษของพระเจ้าถือเป็นที่สุดของคำตัดสิน เพราะว่าหลังจากนั้น พระเจ้าได้ทรงส่งผู้ไถ่บาปมาให้เรา คือ"พระเยซู" เพราะฉะนั้นหมายความว่า การลงโทษของพระเจ้า ไม่ใช่การตัดสินขั้นสุดท้าย มนุษย์ยังมีความหวังอยู่ในการไถ่บาป ดังนั้นกลุ่มนี้เขาก็เลยมองว่า การแปลเป็นเสมือนการกอบกู้ทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง เพื่อฟื้นฟูความเป็นเอกภาพของศาสนาขึ้นมาใหม่

ถึงขนาดที่มีคำกล่าวของคนที่แปลไบเบิลเป็นภาษาเยอรมันพูดว่า "การแปลเป็นการไถ่บาป" เพราะฉะนั้นงานแปลที่สำคัญของศาสนาก็คือ"การแปลพระคัมภีร์" โดยเฉพาะในศาสนาคริสต์ การแปลพระคัมภีร์ไบเบิลจากภาษาอะไรก็ตามเป็นภาษาท้องถิ่น ถือว่าเป็นการทำกุศลกรรมขั้นเอกอุ คือเป็นการทำความดีขั้นสุดยอด และทุกครั้งที่มีการปฏิรูปศาสนาในศาสนาคริสต์ก็จะมีเสียงเรียกร้องให้แปลไบเบิลใหม่

เพราะว่าปฏิรูปศาสนาในศาสนาคริสต์(reformation - A religious movement of the 16th century that began as an attempt to reform the Roman Catholic Church and resulted in the creation of Protestant churches) ไม่รู้ว่าเกิดจากการที่ลูเธอร์แปลไบเบิลใหม่ หรือเกิดหลังอันนี้ไม่แน่ใจ ลูเธอร์ที่เขาปฏิรูปจนทำให้เกิดนิกายโปรเตสแตนท์ขึ้นมา

ในทำนองเดียวกัน ฝ่ายที่สนับสนุนการแปลในทางศาสนา โดยเฉพาะศาสนาคริสต์ ทำให้เกิดการแปลจำนวนมาก บางทีเขาเปรียบเทียบว่ากรุงโรม คือวาติกัน ศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ เป็นโรงงานผลิตภาษากรีกมาเป็นภาษาละติน และยุคการฟื้นฟูศิลปะวิทยาการทางปัญญาที่เขาเรียก "เรอเนสซองค์" ก็เกิดจากการแปลโดยเฉพาะการแปลงานของอริสโตเติลมา แต่ความจริงมันเป็นการแปลที่ผิด

เรื่องนี้ตลกดีก็คือว่า ยุคเรอเนสซองค์เกิดมาจากการแปลผิดคือ เกิดมาจากการแปลอริสโตเติล ครั้งแรก เขาไม่ได้แปลจากภาษากรีกโดยตรง แต่เขาเขาแปลมาจากภาษาอาหรับ คือเขาแปลอริสโตเติลจากภาษาอาหรับ และคนแปลเข้าใจอริสโตเติลผิดด้วย แต่มันก็ทำให้เกิดการตื่นตัวในเรื่องการคิดอย่างมีเหตุผล นำไปสู่ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ

การแปลเฟื่องฟูมากตั้งแต่ยุคกลางเป็นต้นมา จนกระทั่งมีคำพูดบอกว่า ศาสตร์ทุกศาสตร์ในโลก หมายถึงศาสตร์ทุกศาสตร์ทางตะวันตกเกิดมาจาการแปล หรือว่าที่เกอเต้ เขาเคยพูดในศตวรรษที่ ๑๙ ว่า ใครจะว่าอะไรก็แล้วแต่ แต่การแปลก็ยังเป็นกิจกรรมที่สำคัญที่สุด และมีค่าที่สุด ในกิจกรรมทั้งหมดของโลก

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการแปลเอกสาร ได้ที่: Linguist Center (Answer All Your Language Problems) แปลเอกสาร, รับแปลเอกสาร, แปล, แปลไทยเป็นอังกฤษ, แปลอังกฤษเป็นไทย, โปรแกรมแปลเอกสาร, แปลเอกสารด่วน, แปลเอกสาร, ราคางานแปลเอกสาร, แปลเอกสาร, แปลภาษา, แปลไทย แปลเอกสารราชการ, แปลเอกสารวีซ่า, แปลไทย-อังกฤษ, แปลเอกสารภาษาอังกฤษ, แปลไทย-อังกฤษ, แปลอังกฤษ-ไทย, แปลเอกสารราคาถูก, แปลเอกสารมืออาชีพ, ศูนย์แปลภาษา, ศูนย์แปลเอกสาร, ศูนย์รับแปลเอกสาร, แปลภาษาอังกฤษ, รับแปลงาน, รับแปลเอกสารด่วน, รับแปลเอกสารราคาถูก, รับแปลภาษาญี่ปุ่น, รับแปลภาษาจีน, รับแปลเอกสารภาษัอังกฤษ

ติดต่อได้ที่
http://www.linguistcetner.com/เกี่ยวกับ Linguist Center, บริการของ Linguist Center, คำถามที่พบบ่อยจาก Linguist Center, ข่าวสารของ Linguist Center, ติดต่อ Linguist Center, เกี่ยวกับ Linguist Center, บริการของ Linguist Center, คำถามที่พบบ่อยจาก Linguist Center, ข่าวสารของ Linguist Center, ติดต่อ Linguist Center

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น